CGSI แนะ! ปี 69 ตลาดหุ้นต่างประเทศ จีน โดดเด่นที่สุด
CGSI แนะ! ปี 69 ตลาดหุ้นต่างประเทศ จีน โดดเด่นที่สุด เผย อินเดีย-เวียดนาม มีโอกาสโตในระยะยาว แต่ราคายังแพงควรรอจังหวะ ขณะที่ สหรัฐฯ ให้เป็นอันดับสองน่าลงทุน
บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGSI ได้เปิดเผยกลยุทธ์การลงทุนในต่างประเทศ ในปี 2569 โดย นายพิสิษฐ์ นิยมธรรมกิจ ผู้จัดการกองทุนอาวุโส และผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายจัดการกองทุนส่วนบุคคล กล่าวว่า ในปี 2569 ตลาดที่น่าสนใจจริงๆก็คือ จีน แต่ถ้าหากดูตลาดที่นักลงทุนไทยสนใจในเยอะที่สุดในขณะนี้ ได้แก่ สหรัฐ จีน เวียดนาม และอินเดีย
นายพิสิษฐ์ ระบุว่า หากมองไปที่อินเดียกับเวียดนาม พบว่ามีการเติบโตน่าสนใจอย่างมากในระยะยาว แต่ปัจจุบันราคาหุ้นค่อนข้างแพง เพราะฉะนั้นอาจต้องรอดู
ตลาดหุ้นอินเดียตอนนี้ P/E ระดับ 20 กว่าเท่า ต้องบอกว่า fun flow มันเข้า ซึ่งทุกคนมองแล้วหุ้นของอินเดียมันอาจจะดูน่าสนใจมาก ทำให้ Variation หรือ ระดับการเปลี่ยนแปลงหรือความผันผวนของราคาหลักทรัพย์ค่อนข้างแพง ตอนนี้ราคาหุ้นอิเดีย Price for Perfection" (ราคาของความสมบูรณ์แบบ คือถ้ามีอะไรเกิดขึ้นหรือมีอะไรสะดุดขึ้นมา ก็จะเกิดการ Caution เพราะราคาค่อนข้างสูง
และถ้าหากว่าดูในส่วนของตลาดเวียดนาม นายพิสิษฐ์ ระบุว่า กำไรของบริษัทที่อยู่ในตลาดค่อนข้างผันผวน ซึ่งตอนนี้ธุรกิจในหลายธุรกิจของเวียดนาม พึ่งพาเศรษฐกิจในประเทศค่อนข้างเยอะ นักลงทุนส่วนใหญ่ยังเป็นรายย่อยไม่ใช่สถาบัน ดังนั้น การเข้าออกของเงินส่งผลให้ตลาดค่อนข้างผันผวน และตอนนี้ราคาหุ้นไม่ได้ถูก เพราะฉะนั้น หากมีการปรับนโยบายการเงิน นโยบายการปล่อยกู้ของธนาคารเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะกระทบการบริโภคภายในประเทศได้ ซึ่งก็ส่งผลให้กำไรผันผวน ดังนั้น เมื่อเอาผลตอบแทนเทียบกับความเสี่ยงแล้วตนเองมองว่ายังไม่ค่อยคุ้ม
ส่วนในฝั่งของสหรัฐ เน้นในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ ai เป็นหลัก ก็พบการเติบโตที่น่าสนใจในระยะยาว อย่างไรก็ตามตอนนี้ราคาหุ้นในหลายตัว ยังค่อนข้างสูง ซึ่งในบางตัวก็อาจจะมีภาวะที่ราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและมากเกินกว่ามูลค่าที่แท้จริงของบริษัทอย่างผิดปกติ หรือ Bubble ดังนั้นตอนนี้หุ้นสหรัฐ มองว่าน่าสนใจ แต่ต้องรอให้ตลาด collection ก่อน และค่อยเริ่มเข้าลงทุน
อย่างไรก็ตามถ้าหากมาเจาะในตลาดหุ้นจีน พบว่า เป็นตลาดที่ราคาหุ้นไม่ได้แพงมาก ถ้าเทียบ P/E Ratio ตลาดหุ้นจีนจะถือว่าถูกที่สุดในตลาดหลักๆทั่วโลก แต่ถ้าหากเป็นตลาดสหรัฐและตลาดหุ้นอินเดีย P/E จะอยู่ในระดับ 20 กว่าเท่าและเวียดนามก็ยังอยู่ในระดับสูงแต่จีนตอนนี้อยู่ในระดับถูกที่สุดคือประมาณ 12 ถึง 13 เท่า
นายพิสิษฐ์ มองว่า ตลาดหุ้นจีน เป็นโอกาสที่เราจะได้ซื้อหุ้นหลังผ่านพ้นวิกฤต เนื่องจากตอนนี้จีนเพิ่งผ่านพ้นวิกฤตอสังหา ที่มูลค่าหุ้นหลายตัวยังถูกอยู่ ซึ่งถือว่าขณะนี้เป็นโอกาสที่จีน กำลังจะเปลี่ยนภาคการเติบโต จากเดิมที่เป็น old economy ที่เติบโตจากอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน ภาพการเป็นโรงงานของโลก แต่ตอนนี้ จีนกำลังจะเปลี่ยนผ่านไปเป็น China economy Era
โดยจีนจะเริ่มสนับสนุนในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่15 ที่คาดว่าจะประกาศในเดือนมีนาคมปี 2569 ที่จะเป็นการสนับสนุนในเรื่องของ ai ,semiconductor, cloud , space รวมถึงกลุ่มท่องเที่ยว กลุ่มสุขภาพ อย่าง Health care , กลุ่ม Health Tech และในกลุ่มซอฟพาวเวอร์ต่างๆของจีน จึบมองว่าตรงนี้คือโอกาสการลงทุนในหลายหลายเซกเตอร์ที่น่าสนใจ
ถ้าเทียบตลาดอื่นที่กล่าวมากับตลาดจีน ตอนนี้มูลค่าหุ้นมูลค่าตลาดยังถูกมากๆ จึงทำให้ตลาดจีนตอนนี้น่าสนใจมากกว่าในปี 2569 โดยมุมมองส่วนตัวคิดว่าตลาดหุ้นจีนยังไปได้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งถ้าหากมองย้อนไปเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จีนสนับสนุนเรื่องแรเอิร์ธ พลังงานสะอาด รถไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นว่าตอนนี้จีนไม่ได้เน้นในตัวของเซกเมนต์ที่มันเก่าไปแล้ว จึงมองว่าอีก5-10 ปี ข้างหน้าจีนน่าสนใจมาก
ทั้งนี้หากให้จัดอันดับหุ้นใน 4 ประเทศที่ควรลงทุนมากที่สุด คือ จีนเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือสหรัฐฯ ตามด้วยอินเดียและเวียดนามตามลำดับ เนื่องจากตลาดเล็กที่สุด
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB